โปรแกรมการจัดฟันแบบไหนเหมาะกับลูกเรา

การจัดฟันแบบใส

ปัญหาด้านทันตกรรมเป็นความผิดปกติตามธรรมชาติที่พบได้ตั้งแต่วัยเด็กไปถึงผู้ใหญ่ การแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆจะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ฟันคงสภาพดีไปได้ยาวนาน การจัดฟันเป็นหนึ่งในการรักษาการเรียงตัวของฟัน การสบฟัน ขากรรไกรผิดปกติ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยด้านภาพลักษณ์ แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้ฟันทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ง่ายต่อการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง การดูแลสุขภาพช่องปากของบุตรหลานจึงถือเป็นการลงทุนสำหรับอนาคตในระยะยาว อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้มีโปรแกรมการจัดฟันหลายรูปแบบ บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจในการเลือกโปรแกรมจัดฟันที่เหมาะกับลูกเรา

ลูกเราควรรักษาด้วยการจัดฟันหรือไม่?

หากลูกของเรามีปัญหาเหล่านี้ ฟันซ้อน ฟันเก การสบฟันผิดปกติ ขากรรไกรไม่ปกติ การบดเคี้ยวอาหารไม่มีประสิทธิภาพจนทำให้เกิดปัญหาท้องอืดเนื่องจากอาหารไม่ย่อย ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากจากทันตแพทย์อย่างละเอียด และวางแผนการรักษากับทันตแพทย์จัดฟันต่อไป

เด็กสามารถจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

การจัดฟันสามารถทำได้ในเด็กอายุ 7 ปีขึ้นไปเพราะเป็นช่วงเวลารอยต่อของชุดฟันน้ำนมและฟันแท้ การจัดฟันในช่วงที่มีฟันน้ำนมและฟันแท้บางส่วนจะช่วยเตรียมจัดระเบียบการทดแทนของฟันแท้ที่เหลือที่จะเกิดขึ้นใหม่ แก้ไขความผิดปกติที่มีอยู่และป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เป็นการวางรากฐานโครงสร้างของฟันที่ดีในอนาคต

การจัดฟันในเด็กมีกี่แบบ? ต่างกันอย่างไรบ้าง?

การจัดฟันในเด็กแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ แบบถอดเครื่องมือไม่ได้ และแบบที่สามารถถอดเครื่องมือเข้าออกเองได้

การจัดฟันแบบถอดเครื่องมือไม่ได้ เครื่องมือจะถูกติดไว้กับตัวฟันตลอดเวลาจนกว่าจะเสร็จสิ้นการรักษา 2.5 – 3 ปีขึ้นกับความซับซ้อนของฟัน ส่วนประกอบหลักของเครื่องมือได้แก่แบร็กเก็ตที่อาจเป็นโลหะหรือเซรามิกสำหรับยึดกับฟัน ลวดโลหะสำหรับควบคุมทิศทางการเคลื่อนตัวของฟัน และยางรัด O-ring ที่ช่วยเพิ่มแรงการกระทำต่อฟัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องพบแพทย์ประจำทุกเดือนเพื่อเปลี่ยนยางรัดและปรับปรุงเครื่องมือ มีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงเหมาะกับงบประมาณจำกัด

ส่วนการจัดฟันแบบถอดเครื่องมือได้หรือการจัดฟันแบบใส จะใช้วัสดุพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความยืดหยุ่นสูง แนบติดกับตัวฟัน ชุดเครื่องมือมีฟังก์ชั่นในการส่งเสริมทิศทางการเคลื่อนตัวของฟัน อำพรางการมองเห็น สามารถถอดเครื่องมือทำความสะอาดช่องปากได้ง่าย เปลี่ยนชุดเครื่องมือได้เองจึงไม่ต้องพบแพทย์บ่อย ระยะเวลารักษาเสร็จสิ้นได้ภายใน 3 เดือนถึง 1 ปีในกรณีที่ปัญหาไม่ซับซ้อน แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจัดฟันแบบติดเครื่องมือ รวมทั้งต้องมีวินัยสูงในการสวมใส่เครื่องมืออย่างน้อย 22-24 ชั่วโมงต่อวัน

ควรเลือกการจัดฟันแบบไหนให้ลูกเราดี?

การตัดสินใจเลือกโปรแกรมการรักษาให้เหมาะสมกับลูกเรา ควรพิจารณาจากลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคลร่วมกับปัจจัยอื่นๆ หากลูกมีนิสัยหลงลืม ไม่ต้องการถอดเครื่องมือเข้า-ออกบ่อย รวมทั้งผู้ปกครองมีงบประมาณจำกัด อาจเลือกเป็นการจัดฟันแบบติดเครื่องมือ ที่ช่วยป้องกันเครื่องมือสูญหาย จ่ายในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายไม่สร้างความลำบากทางการเงิน ในขณะที่ผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญเรื่องต้นทุนทางเวลา เน้นความสะดวกสบายในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำความสะอาดได้ง่าย และไม่จำกัดงบประมาณการรักษา สามารถเลือกเป็นการจัดฟันแบบใสสำหรับผู้ป่วยที่มีวินัยสูง ให้มีอิสระในการบริหารจัดการสวมใส่เครื่องมือด้วยตนเอง

copyright 2020|zizzigo.net เว็บประกาศข่าว|ลงประกาศ|โพสต์|ฝากข่าวประชาสัมพันธ์|บทความ|ฝากบทความ|บทความSEO| Onpage|Offpage|Digitalmarketing|รับทำเว็บไซต์|รับเขียนบทความ|รับทำSEO

Powered By WordPress | Royal News Magazine