คณบดี CIBA DPU เผย จีนมีแนวโน้มขึ้นเป็นผู้นำโลก หลังเปิดตัวเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์

Blog ข่าว PR

คณบดี CIBA DPU เผย จีนมีแนวโน้มขึ้นเป็นผู้นำโลก

หลังเปิดตัวเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ ประมวลผลเร็วขั้นเทพ แซง Google หมื่นล้านเท่า พร้อมแนะนักธุรกิจไทยต้องรีบปรับตัว ตั้งรับศึกษาวัฒนธรรมขั้วมหาอำนาจใหม่ เพื่อให้อยู่รอดทุกการเปลี่ยนแปลง ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนถูกจับตามองจากทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากประกาศเปิดตัวต้นแบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีขั้นสูงนี้

อาจทำให้จีนก้าวนำสหรัฐอเมริกาในด้านเทคโนโลยีและทยานขึ้นสู่ผู้นำโลกในอนาคต ทั้งนี้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทีมวิจัยของจีนสร้างขึ้นต้องใช้ความพยายามในการศึกษาและพัฒนากว่า 20 ปี เพื่อสร้างต้นแบบควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่มีความเร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันถึง 100 ล้านล้านเท่า อีกทั้งยังสามารถประมวลผลเร็วกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด
53 คิวบิทที่พัฒนาโดย Google ถึง 10,000 ล้านเท่าและยังมีระบบความปลอดภัยสูงด้วย

ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวอีกว่าจากการทำสงครามการค้าระหว่างจีนกับอเมริกามาอย่างยาวนานทำให้จีนรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของคู่แข่ง
จีนจะแซงหน้าประเทศมหาอำนาจตะวันตกได้ต้องมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่า ดังนั้นเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่จีนคิดค้นจนประสบความสำเร็จอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้จีนบรรลุไปสู่เป้าหมาย ทั้งนี้เมื่อผู้นำทางเทคโนโลยีเปลี่ยนขั้วผู้นำประเทศมหาอำนาจก็ต้องเปลี่ยนตามในส่วนของการเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของผู้นำโลกนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคม วัฒนธรรม มุมมองและแนวคิดในการทำธุรกิจ รวมถึงการสร้างความเข้าใจเทคโนโลยีของประเทศดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต ต้องเข้าใจ เข้าถึงลูกค้า เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ และนำมาปรับใช้กับธุรกิจในแบบของไทย
ธุรกิจจึงจะไปต่อได้ในยุคที่ขั้วอำนาจเปลี่ยน

“ฝากถึงนักเรียนที่กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี การเตรียมตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรา
อยู่รอดได้ในทุกยุค นอกจากนี้การเรียนรู้วัฒนธรรมและสังคมของประเทศที่กำลังจะเป็นผู้นำของ โลก จะทำให้เราได้เปรียบ ทั้งทางด้านความคิดและมุมมองในการทำการค้า จะทำให้เราเข้าใจคู่ค้าได้มากขึ้น ดังนั้นการเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมของทั้ง 2 ฝั่ง คือ ทั้งของประเทศตะวันตกและตะวันออก จะเป็นประโยชน์มากในอนาคต อย่างไรก็ตาม
คาดการณ์ว่าสาขาการเรียนที่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดในอนาคตหลังเกิด การเปลี่ยนแปลงอำนาจของโลก ได้แก่ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องกับไอที ส่วนศาสตร์ของการบริหารธุรกิจก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะเป็นศาสตร์ที่อยู่คู่กับทุกยุคทุกสมัยและทุกการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกอย่างต้องอาศัยการบริหารจัดการ” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวในตอนท้าย